10 คำถามยอดฮิต เมื่อโดนเรียกสัมภาษณ์งาน

การสัมภาษณ์งานเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ใครหลายคนหวั่นวิตก เพราะต้องทำการตอบคำถามต่อหน้าผู้สัมภาษณ์ ทำให้ไม่มีเวลาคิดคำตอบได้มากเท่าที่ควร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราควรตั้งสติไว้และตั้งใจฟังคำถามดีๆ คิดอย่างใจเย็นและรอบคอบให้มากที่สุด และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือต้องตอบคำถามให้ตรงใจกับผู้สัมภาษณ์ด้วย ซึ่งคำถามที่มักพบบ่อยในการสัมภาษณ์ก็มีมากมายหลายคำถาม แต่ที่สะดุดและเป็นต้องเจอมีอยู่ด้วยกัน 10 ถาม ทางเราจึงจะขอแนะนำวิธีการตอบคำถามสัมภาษณ์ให้ตรงใจ และให้ได้งานมากที่สุด ดังนี้ 

แนะนำตัวได้เลย/เล่าอะไรเกี่ยวกับตัวเองให้ฟังหน่อย

คำถามนี้ดูเหมื่อจะเป็นคำถามที่ง่ายที่สุด แต่พอเอาเข้าใจจริงกลับพบว่า เป็นคำถามที่ยากพอตัว เพราะถือเป็นการแนะนำตัวเองขั้นต้นให้กับผู้ที่สัมภาษณ์รู้จักตัวตนเรามากขึ้น ดังนั้นการตอบคำถามนี้ควรเอาด้านดีของตัวเองมาตอบให้ได้มากที่สุด พูดให้เขารู้จักเรา โดยเรื่องราวที่นำมาพูดนี้ จะต้องไม่ใช่เรื่องที่ถูกระบุในเรซูเม่ ซึ่งอาจจะเป็นความฝัน ความชอบ งานอดิเรกต่างๆ ก็ได้ ซึ่งการเล่าก็ควรใช้เวลาราว 2-3 นาทีเท่านั้น เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้การสัมภาษณ์นี้ดูน่าเบื่อขึ้นได้ 

ข้อดีและข้อเสียของตัวคุณคืออะไร

แน่นอนว่าข้อดีเป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้รับประโยชน์จากการสัมภาษณ์งาน แต่เป็นเรื่องยากที่จะต้องพูดถึงข้อเสียของเราออกไป ข้อดีส่วนใหญ่ต้องเกี่ยวกับการทำงาน เช่น เป็นคนขยัน อดทน ไม่เรื่องมาก สามารถปรับตัวได้ดีกับในทุกสถานการณ์ สามารถทนรับแรงกดดันได้ เป็นต้น

ในขณะที่ข้อเสียก็ควรเป็นสิ่งที่ดูกลางๆ ไม่ดูแย่จนมากเกินไป และหลังจากที่เราพูดเกี่ยวกับข้อเสียของเราออกไป ก็ควรจะหาข้อดีหรือสิ่งดีๆ มากลบข้อเสียของเรา เช่น เราเป็นคนที่เรียนภาษาอังกฤษไม่เก่ง ไม่ค่อยเข้าใจภาษาอังกฤษ แต่ตอนท้ายก็อาจจะแก้เป็นว่าชอบดูหนังซาวแทร็กซ์ที่มีซับไตเติ้ลประกอบ เพื่อให้ได้รู้ว่าเรามีความสนใจที่จะปรับปรุงตัว เป็นต้น

ทำไมถึงอยากมาทำงานกับบริษัทของเรา

คำถามนี้จะกลายเป็นคำถามที่ง่ายมาก หากเราหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทมาเป็นอย่างดี ในส่วนนี้เราต้องพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทในอินเตอร์เน็ตหรือสอบถามผู้รู้เท่าที่ทำได้ แล้วนำมาวิเคราะห์ว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทเกี่ยวกับอะไร เน้นลูกค้ารายไหน วัฒนธรรมองค์กรมีลักษณะอย่างไร แล้วเอามาวิเคราะห์รวมกับตำแหน่งงานที่เราสมัครกับทางบริษัทไป

เช่น เราเป็นคนที่ชอบเล่นเกมมากและเคยเล่นเกมของบริษัทนี้ เรารู้สึกว่าตัวการ์ตูนที่ออกแบบมาเป็นงานที่ละเอียดอ่อนและสวยงามมาก ทำให้รู้สึกว่าเราอยากจะพัฒนาตัวละครให้มีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งตัวเรายังเคยทำงานหรือมีผลงานด้านการออกแบบตัวละครเกมมาก่อน คิดว่าทักษะที่ตนเองมี น่าจะมีประโยชน์ต่อตัวบริษัทอย่างมาก

คิดว่าในอีก 5 ปีหรือ 10 ปีข้างหน้า ตัวคุณจะทำอะไร

คำถามนี้เป็นคำถามที่วัดเกี่ยวกับการวางแผนอนาคตของคุณกับวิสัยทัศน์ของบริษัทว่าจะเข้ากันได้หรือไม่ โดยเราจะต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป้าหมายในอนาคตของเรานั้นสอดคล้องกับการทำงานที่บริษัทนี้และตำแหน่งนี้อย่างไร บางคนอาจต้องการทำงานในตำแหน่งนี้และบริษัทนี้เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงกว่าไปเรื่อยๆ หรืออาจต้องการเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงาน แต่ที่สำคัญคือเราต้องให้ค่าความสำคัญของบริษัทมากที่สุด ไม่พูดเหมือนบริษัทเป็นทางผ่านไปสู่อนาคตข้างหน้าของเรา

คุณคาดหวังว่าจะได้เงินเดือนเท่าไหร่

ในส่วนนี้เราต้องประเมินจากความสามารถในการทำงาน ประสบการณ์ในการทำงาน ความเกี่ยวข้องในหน้าที่การงานของบริษัท ก่อนที่จะประเมินออกมาเป็นเงินเดือนที่เราคาดหวัง หากเราเรียกเงินเดือนที่สูงเกินไป อาจจะทำให้ทางบริษัทรู้สึกลำบากใจที่จะต้องจ้างงานเรา ทางที่ดีที่สุด

เราควรทำการศึกษาเกี่ยวกับตำแหน่งงานนั้น ๆ ก่อนว่าประสบการณ์ทำงานกี่ปี ควรได้เงินเท่าไหร่ หากเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับภาษาและเราสามารถเข้าใจและสื่อสารภาษานั้นได้เป็นอย่างดี ก็อาจมีการเพิ่มเงินสำหรับค่าภาษาได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการมาบริษัทที่เหมาะสม หากเรียกเงินเดือนสูงเกินไปก็อาจต้องอธิบายว่าทำไมจึงเรียกเงินเดือนสูง แต่ก็ไม่ควรสูงเกินกว่าค่าเฉลี่ยของตำแหน่งงานนั้นๆ

ทำไมเราถึงต้องจ้างคุณ

นี่คือโอกาสในการโฆษณาตัวเองมากที่สุด แสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าเรามีประโยชน์กับทางบริษัทมากแค่ไหน คำถามนี้ให้เราพยายามพูดถึงทักษะที่ดีและมีประโยชน์ เอื้อต่อการทำงานในตำแหน่งและองค์กรนั้นๆ พูดให้ชัดเจนว่าตัวเราสามารถทำอะไรได้บ้างในบริษัทและบริษัทจะได้ผลประโยชน์อะไรจากเรา ต้องพูดให้เห็นว่าบริษัทจะได้ประโยชน์จากเรามากกว่าที่เขาเสียเงินให้กับเรา แสดงออกถึงความสนใจและความกระตือรือล้นในการตอบคำถามข้อนี้ เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจว่าเรามีความต้องการที่จะทำที่บริษัทนี้จริงๆ

คิดว่าจะทำงานที่นี่นานเท่าไหร่

ในคำถามนี้อย่าตอบให้ชัดเจนจนมากเกินไป เช่น กะทำงานประมาณ 2-3 ปีแล้วก็ออกไปเรียนต่อ หากตอบแบบนี้ โอกาสในการพลาดงานก็จะสูง ให้เน้นไปที่ความตั้งใจในทำงานนี้มากกว่าว่าเราจะทุ่มเทในการทำงานนี้อย่างไร เราตั้งใจและอยากได้งานนี้มากแค่ไหน โฟกัสที่เรื่องของการทำงานมากกว่าเรื่องอื่น ไม่จำเป็นต้องบอกเจตนารมณ์ของเราจริง ๆ ในบางครั้ง

ทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเก่า

นี่เป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทจะดูว่าเราจะเป็นคนที่ช่วยให้บริษัทดีขึ้นหรือจะเป็นคนที่จะเข้ามาเป็นตัวปัญหาในบริษัท ด้วยความที่ว่าบางคนอาจจะลาออกจากที่ทำงานเก่า เนื่องจากเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้หรือทะเลาะกับหัวหน้างานจึงลาออก หรือวิจารณ์เกี่ยวกับบริษัทเก่าและเพื่อนร่วมงานเก่า หากตอบไปแบบนั้นอาจจะถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่รู้จักการปรับตัว

ดังนั้น หากเราเจอคำถามประเภทนี้ พยายามตอบออกมาให้เป็นกลางและไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทเก่ามากที่สุด เช่น ที่ทำงานอยู่ไกลจากที่บ้าน ทำให้ไม่สะดวกไปทำงาน หรือพยายามบอกสิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับบริษัทเก่ามากกว่าสิ่งที่เราไม่ชอบ เพื่อกลบข้อเสียในจุดนั้นออกไป

กิจกรรมยามว่างหรืองานอดิเรกที่ชอบทำคืออะไร

คำถามนี้จะเป็นคำถามที่แสดงถึงตัวตนและบุคลิกของผู้ถูกสัมภาษณ์ รวมถึงความคิดความอ่าน การสังเกต และความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เช่น ชอบอ่านข่าว ก็แสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่ทันโลกทันเหตุการณ์ มีการอัพเดตอยู่ตลอดเวลา หรือเป็นคนที่ชอบเล่นกีฬาก็แสดงว่าเป็นคนที่มีความกระตือรือล้น โดยคุณจะถูกถามไปเรื่อยๆ จากคำตอบที่คุณตอบออกมา

มีข้อสงสัยอะไรอยากถามมั๊ย

คำถามนี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าการสัมภาษณ์กำลังจะสิ้นสุดลง ซึ่งในคำถามข้อสุดท้ายนี้เป็นการเช็คคุณว่าคุณใส่ใจกับการสัมภาษณ์นี้มากแค่ไหน โดยตามปกติเราอาจจะถามต่อเกี่ยวกับบริษัทว่ามีสวัสดิการอะไรบ้าง หรือรายละเอียดที่ลึกลงไปเกี่ยวกับตัวเอง หรืออาจจะไม่ถามอะไรเลยก็ได้ แต่หากเกิดข้อสงสัยจริงๆ ก็ควรระมัดระวังในการตั้งคำถามให้มากที่สุด พยายามตั้งคำถามที่ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกเคืองใจกันมากที่สุด

สรุป

           
ในการสัมภาษณ์งาน สิ่งที่สำคัญที่ต้องมีติดตัวคือ ‘สติ’ พยายามตอบคำตอบที่เราคิดว่าตรงกับเราและตรงกับใจของผู้สัมภาษณ์มากที่สุด ไม่พยายามตอบอะไรที่ดูไม่ตรงกับวิสัยทัศน์บริษัท แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตัว แต่งกายสุภาพเรียบร้อยดูดี และต้องพูดจาไพเราะและให้เกียรติผู้สัมภาษณ์อยู่เสมอ

Author Image

TONTAN