เครดิตบูโรคืออะไร?

เครดิตบูโร ถ้าจะให้เข้าใจกันง่าย ๆ ก็คือ ‘ประวัติการชำระหนี้’ ของแต่ละคนที่ถูกจัดเก็บไว้ในบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (National Credit Bureau : NCB) โดยจะทำการจัดเก็บข้อมูลออกเป็นสองส่วน คือ

  • ข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับลูกค้า เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด เป็นต้น
  • ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการขอ และได้รับอนุมัติสินเชื่อ และการชำระสินเชื่อ เช่น เลขที่บัญชี ชื่อผู้ให้สินเชื่อ วงเงินที่ได้รับอนุมัติ วงเงินที่ใช้ไป สถานะของบัญชี รายละเอียดการชำระหนี้ เป็นต้น

เครดิตบูโร กับความสำคัญ

เครดิตบูโร เป็นตัวที่แสดงถึงพฤติกรรมการชำระหนี้ของบุคคลนั้น ๆ แสดงให้เห็นว่าเจ้าของหนี้มีระเบียบวินัยในการชำระหนี้หรือไม่ และยังแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือ หรือที่เราเรียกว่า ‘การสร้างเครดิตที่ดี’ ให้กับตัวเอง โดยสถาบันการเงินต่าง ๆ จะใช้สิ่งนี้ในการพิจารณาเวลาอนุมัติสินเชื่อ

ประวัติเครดิตบูโรไม่ดี ควรทำอย่างไร?

กรณีที่เรามีประวัติข้อมูลเครดิตที่ไม่ดี มีการค้างชำระหรือผิดนัดชำระ ควรมีการแก้ไขดังต่อไปนี้

  1. ติดต่อสถาบันการเงินเพื่อชำระค่าใช้จ่ายที่ค้างให้เสร็จสิ้น แต่หากมีค่าใช้จ่ายคงค้างจำนวนมาก ควรทำการเจรจาต่อรอง เพื่อขอปรับโครงสร้างการชำระเงิน
  2. เริ่มสร้างประวัติการเงินใหม่ จ่ายชำระเงินให้ตรงเวลา ไม่ผิดนัดชำระ เพราะทุกการเคลื่อนไหวในทุกการชำระเงินจะถูกบันทึกไว้

ทางเครดิตบูโร จะมีการเก็บประวัติย้อนหลังเป็นเวลา 36 เดือนจากงวดล่าสุด ในส่วนของรายงานเครดิตบูโรจะมีการทำการบันทึกตั้งแต่งวดแรกที่ผิดชำระ และจะแสดงผลว่าค้างชำระแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยมีกำหนดวันพ่วงเข้ามาด้วย และจะเพิ่มจำนวนวันขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่มีการชำระหนี้เข้ามา

 
เมื่อใดที่ชำระหนี้ก็จะไปหักลบก้อนเก่าที่ค้างไว้ก่อนหน้านั้น และลดจำนวนวันลงตามหนี้แต่ละงวดที่ชำระเข้าไป หากมีการชดใช้หนี้ตรงเวลาก็จะเกิดการบันทึกประวัติใหม่แทนที่ประวัติเก่าที่เคยทำเสียไว้ เมื่อทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนครบ 3 ปี ประวัติเครดิตก็จะกลับมาน่าเชื่อถืออีกครั้ง

ถ้าทำการชำระหนี้จนครบและปิดบัญชีแล้ว นับจากวันที่ปิดบัญชีเพิ่มไปอีก 36 เดือน ทางเครดิตบูโรจะทำการลบประวัติการชำระหนี้ของบัญชีนั้นๆ และจะลบข้อมูลของบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีออกไปจากระบบ แต่ถ้าปิดแค่บัญชีใดบัญชีหนึ่งก็จะลบออกเฉพาะบัญชีนั้นเท่านั้นเมื่อครบตามเวลาที่กฎหมายกำหนด

ในกรณีที่เราชำระหนี้ครบแล้ว แต่ยังถูกขึ้นบัญชีอยู่...

ถ้าเราไม่เคยมีบัญชีกับทางธนาคารนั้น ๆ ในอดีตและต่อมาเราได้ปิดบัญชีกับทางธนาคารไปแล้วก็ตาม ประวัติที่เราเดินบัญชีกับทางธนาคารตั้งแต่เปิดยันปิดสมุดก็ยังอยู่ในระบบของธนาคาร เนื่องจากอาจมีการเก็บไว้เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงหรือบริหารความเสี่ยงในอนาคต และหากเราไปต่างธนาคารก็มั่นใจได้เลยว่าไม่มีประวัติหรือข้อมูลของเราแน่นอน

สถานที่ตรวจสอบและยื่นรับเครดิตบูโร ?

  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล (แบบรอรับได้เลย): ค่าบริการ 100 บาท (ภายใน 15 นาที)
    เปิดบริการ วันจันทร์-ศุกร์

1.ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร – ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ อาคาร 2 ชั้น 2
เลขที่ 63 ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
เปิดทำการวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00 น. – 16.30 น. หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์

*ให้บริการตรวจสอบข้อมูลบุคคลธรรมดา (ของตนเองหรือมอบอำนาจ) , นิติบุคคล และชาวต่างชาติ
*ใช้บัตรประชาชนของตนเอง

2.ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร – อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ชั้น 3 (โซนธนาคาร)
เปิดทำการวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์

*ให้บริการตรวจสอบข้อมูลบุคคลธรรมดา (ของตนเองหรือมอบอำนาจ) และชาวต่างชาติ
*ใช้บัตรประชาชนของตนเอง

3.ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร – สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ภายในสถานี)
เปิดทำการวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00 น. – 18.00 น.

*ให้บริการตรวจสอบข้อมูลบุคคลธรรมดา (ของตนเองหรือมอบอำนาจ) และชาวต่างชาติ
*ใช้บัตรประชาชนของตนเอง เปิดบริการ วันจันทร์-อาทิตย์

4.ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร – สถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ภายในสถานี)
เปิดทำการวันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. – 18.00 น.

*ให้บริการตรวจสอบข้อมูลบุคคลธรรมดา (ของตนเองหรือมอบอำนาจ) และชาวต่างชาติ
*ใช้บัตรประชาชนของตนเอง

5.ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร – ห้างเจเวนิว (นวนคร) ติดโรงพยาบาลนวนคร ชั้น 3 ติดประกันสังคม
เปิดทำการวันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 09.00 น. – 18.00 น.

*ให้บริการตรวจสอบข้อมูลบุคคลธรรมดา (ของตนเองหรือมอบอำนาจ) และชาวต่างชาติ
*ใช้บัตรประชาชนของตนเอง เปิดบริการ วันเสาร์และวันอาทิตย์

6.ซิตี้แบงก์ประเทศไทย (CITI) - เดอะมอลล์บางกะปิ, เดอะมอลล์งามวงศ์วาน, ศูนย์การค้าเมกาบางนา
เปิดทำการวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 11.00 น. – 18.00 น.

*ใช้บัตรประชาชนของตนเอง
*เฉพาะรายการลูกค้าบุคคลธรรมดา ยื่นตรวจของตนเองเท่านั้น (ไม่รับกรณีมอบอำนาจ)

7.ธนาคารยูโอบี (UOB) - สาขาเซ็นทรัลพลาซ่าเวสเก็ต บางใหญ่, เดอะมอลล์ท่าพระ
เปิดทำการวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 11.00 น. – 18.00 น.

*ใช้บัตรประชาชนของตนเอง
*เฉพาะรายการลูกค้าบุคคลธรรมดา ยื่นตรวจของตนเองเท่านั้น (ไม่รับกรณีมอบอำนาจ)

  • กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด (แบบส่งรายงานกลับไปให้): ค่าบริการ 150 บาท (ภายใน 7 วันทำการ) ทางไปรษณีย์ แบบลงทะเบียน

1.เคาน์เตอร์ธนาคาร (ทุกสาขา) - กรุงศรีอยุธยา, กรุงไทย, ธนชาต, ธอส., แลนด์แอนด์เฮ้าส์

*ให้บริการตรวจสอบข้อมูลบุคคลธรรมดาของตนเองและชาวต่างชาติ
*ใช้บัตรประชาชนของตนเอง

2.ใช้บัตร ATM - กรุงไทย, ไทยพาณิชย์ (มีบัตรของตู้ไหนก็ใช้ตู้นั้น, ทำรายการผ่านหน้าจอตรงเมนู ตรวจเครดิตบูโร)

*ให้บริการตรวจสอบข้อมูลบุคคลธรรมดาของตนเองและชาวต่างชาติ
*ใช้บัตรประชาชนของตนเอง

3.ใช้โมบาย แอปพลิเคชั่น – สำหรับผู้ลงทะเบียนของธนาคารกรุงไทยและธนชาต

*ให้บริการตรวจสอบข้อมูลบุคคลธรรมดาของตนเองและชาวต่างชาติ

4.ใช้บริการธนาคารออนไลน์ – กรุงศรีอยุธยาและกรุงไทย

*ให้บริการตรวจสอบข้อมูลบุคคลธรรมดาของตนเองและชาวต่างชาติ

5.ที่ทำการไปรษณีย์ – เฉพาะสาขาที่ให้บริการ

*ให้บริการตรวจสอบข้อมูลบุคคลธรรมดาของตนเอง
*ใช้บัตรประชาชนของตนเอง

• กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด (แบบส่งรายงานรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Credit report) ทางอีเมล์ผ่านโมบายแอป “Krungthai Next”: ค่าบริการ 150 บาท (ภายใน 3 วันทำการ)

สรุป 

เครดิตบูโร เป็นการเก็บข้อมูลสถานะทางการเงินของบุคคล เพื่อให้บุคคลนั้น ๆ เกิดความน่าเชื่อถือ หรือที่เรีกยว่า เครดิต ซึ่งคำว่าเครดิตนี่เอง ที่จะทำให้การขอทุนจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อนำไปประกอบธุรกิจได้ง่ายขึ้น 

อีกทั้งเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของตัวเราเอง ก่อนก่อนไปขอสินเชื่อต่าง ๆ ทั้งกู้บ้าน กู้ซื้อรถ รวมไปถึงขอบัตรเครดิต เพราะหากผิดพลาดก็สามารถแก้ไขได้ 

เครดิตบูโร ไม่มีความเกี่ยวข้องหรือมีสิทธิอนุมัติหรือร่วมตัดสินใจให้สินเชื่อกับใครได้ อีกทั้งข้อมูลนี้เป็นความลับเฉพาะบุคคลห้ามเปิดเผยเป็นอันขาด  หากพบบุคคลใดแอบอ้างแจ้งสามารถเรื่องได้ที่ 02-643-1250

Author Image

Sunny

Happy Work Happy Life