โอกาสดีๆ ไม่ได้มีบ่อยๆ แต่ถ้ามีแล้วปล่อยให้หลุดไปคงเสียดายแย่ เพราะบ่อยครั้งที่ทำให้คนพลาดตกม้าตาย ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มงาน มันก็มีที่มาจากการที่เขาไม่มีความพร้อมในเรื่องเอกสารสมัครงานนี่แหละ ถึงแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ แต่มันคงเป็นเรื่องไม่งาม เพราะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและการเตรียมตัวของคนที่อยากทำงาน

เอกสารสมัครงาน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กหรือองค์กรใหญ่ล้วนแล้วไม่ต่างกัน จะว่าไปอาจเหมือนกันด้วยซ้ำ คงมีไม่กี่แห่งที่คิดต่างขอเอกสารแปลกๆ บ้างเป็นบางครั้ง โดยเอกสารสมัครงานที่สำคัญ ที่แต่ละบริษัทเรียกหาจากผู้สมัครงาน (อ่านเพิ่มเติมได้ที่  รู้งี้ ได้งานดี๊ดีไปนานแล้วววว by พี่อุ้ย HR) ได้แก่

  1. รูปถ่าย 
  2. เรซูเม่ (ผู้สมัครมืออาชีพทุกคนต้องมี! เพราะข้อมูลที่กรอกในใบสมัครงาน ไม่ค่อยมีข้อมูลรายละเอียดที่สำคัญสำหรับใช้การพิจารณาผู้สมัคร เช่น รายละเอียดการทำงาน ดังนั้น ใบสมัครจึงเหมือนเเค่เอกสารลงทะเบียนผู้สมัครงานหรือใบประวัติ (ว่าที่) พนักงานมากกว่า)
  3. สำเนาบัตรประชาชน
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน
  5. สำเนาใบเเสดงผลการเรียน
  6. อื่นๆ 
    • สำเนาใบขับขี่รถยนต์/จักรยานยนต์ (ถ้าตำเเหน่งงานนั้นต้องการ)
    • สำเนาเอกสารที่เเสดงว่าพ้นภาระทางทหารเรียบร้อยเเล้ว ได้เเก่ ได้รับการยกเว้น จับได้ใบดำ ผ่านการเกณณ์ทหาร หรือผ่านการเรียน รด. อย่างน้อย 3 ปี (สำหรับผู้ชาย)
    • สำเนาผลคะเเนน TOEIC (ถ้าตำเเหน่งงานนั้นต้องการ)
    • ใบแจ้งเปลี่ยนชื่อ - สนามสกุล

เอกสารสมัครงาน

ที่สำคัญเอกสารสมัครงานทั้งหมดนี้ ต้องถ่ายสำเนาขนาด A4 เท่านั้น เพื่อความสะดวกของ HR ในการจัดเอกสารเข้าแฟ้ม หรือ Scan PDF เก็บเข้าไฟล์ของบริษัท ถึงแม้จะดูเล็กน้อย แต่สำคัญจริงๆ นะ

เอกสารสมัครงาน ที่ขอนั้นมีความหมาย

เคยสงสัยบ้างไหม เอกสารสมัครงานแต่ละอย่างที่บริษัทขอไปนั้นมีความหมาย และสำคัญขนาดไหน เชื่อว่าหลายคนก็คงเกิดคำถามนี้ขึ้นในหัว เพราะทะเบียนบ้าน จะขอไปทำไม ในเมื่อบัตรประชาชนก็ระบุที่อยู่ไว้อยู่แล้ว 

รูปถ่าย

หากเปรียบเรซูเม่หัวใจของการสมัครงาน รูปถ่ายบนใบสมัครก็ต้องเปรียบเป็นดั่งหน้าตาในการสมัครงานฉันนั้น เพราะรูปถ่ายนอกจากจะเผยให้เห็นตัวตนของผู้สมัครแล้ว ยังสามารถเพิ่มอารมณ์ความรู้สึก ให้คนที่กำลังพิจารณาเรซูเม่อยู่ รู้โหงวเฮ้งของผู้สมัคร เพื่อนำมาประกอบการตัดสินจะรับเข้าทำงานได้ด้วย ยิ่งตำแหน่งที่ที่ต้องใช้หน้าตาเป็นส่วนประกอบด้วยแล้ว หากไร้ซึ่งการแนบรูปถ่ายมา ด้วยโอกาสการได้งานนั้นดูท่าจะมืดมนริบหรี่

รูปถ่าย

รูปถ่ายติดสมัครงานที่ดี นอกจากเสื้อผ้าหน้าผมที่ดูเหมาะสมแล้ว ท่าทางการถ่ายรูปก็สำคัญไม่แก้กัน โดยต้องดูมีพลัง เป็นมืออาชีพ ที่สำคัญต้องดูเป็นมิตรทันทีเมื่อแรกเห็น เพราะจะทำให้การทำงานในทีมนั้นไหลลื่นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

จากจุดนี้การถ่ายรูปที่ดูเป็นมิตร ทำได้ไม่อยาก เพียงใส่เป้าหมายไปในหัวเวลาถ่ายรูปว่าเราต้องได้ง่ายนี้ จากนั้นก็จ้องมองไปที่กล้องด้วยแววตามุ่งมั่นก่อนจะฉีกยิ้มงามๆ ให้กล้องอีก 1 ที เพื่อสื่อว่าเรามีความสุขมากเพียงใดหากได้ทำงานนี้ ซึ่งการยิ้มนั้น ต้องเป็นรอยยิ้มที่ผ่อนคลายดูไม่เครียด ไม่เกร็งเกิน เพราะไม่อย่างนั้นยิ้มดังกล่าวจะเปลี่ยนเป็นความหมายอื่นได้ ที่สำคัญควรเลือกร้านถ่ายรูปให้ดีเพราะรูปที่ชัดสวยงาม นำมาซึ่งความประทับใจแรกเสมอ 

เรซูเม่ 

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น หัวใจของการสมัครงาน ก็คือ  เรซูเม่ หากไม่มีเอกสารสมัครงานชิ้นนี้ แล้วไซร้โอกาสการได้งานคงไม่เกิดขึ้น ซึ่งเรซูเม่ที่ดีควรพอดี แต่ครบทุกรายละเอียดสำคัญ ที่บ่งบอกความสามารถ และเป็นตัวตนของเรามากที่สุด เพราะเมื่อใดที่ Resume โดนใจการถูกเรียกไปสัมภาษณ์ก็ไม่ใช่เรื่องยากต่อไป 

สำเนาบัตรประชาชน

แน่นอนเอกสารสมัครงานอีกชิ้นที่ขาดไม่ได้ นั่นก็คือ บัตรประชาชน เพราะบัตรประชาชนเป็นหลักฐาน ที่ชี้ชัดว่าเอกลักษณ์ของบุคคลนั้นเป็นใครมาจากไหน อีกทั้งเป็นการสำแดงตัวตน “ความเป็นคนไทยหรือคนในประเทศไทย” ที่ทำให้เราสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทย และใช้สิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้

บัตรประชาชน

ส่วนการที่ HR ขอไปประกอบการสมัครงานนั้นก็เพื่อใช้เป็นการยืนยันตัวตนของผู้สมัคร ว่าเป็นใครมาจากไหนนั่นเอง  ทั้งนี้การแนบบัตรประชาชนควรเซ็นสำเนาถูกต้องกำกับด้วยทุกฉบับ ซึ่งการเซ็นสำเนามีวิธีการดังนี้

  • *ขีดคล่อมที่รูปเพื่อป้องกันการตัดต่อภาพ
  • *ลงลายเซ็นใต้ขีดล่างพร้อมระบุวันที่ที่เซ็น
  • *ปากกาควรเป็นสีน้ำเงิน
  • *ควรระบุวัตถุประสงค์ในการเซ็นสำเนาทุกครั้ง  

การเซ็นสำเนากำกับนี้ ก็เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน และป้องกันการนำเอาข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร ไปปลอมแปลงข้อมูลใช้ในการกระทำที่ผิดกฎหมายได้

สำเนาทะเบียนบ้าน

สำเนาทะเบียนบ้าน

ความสำคัญของเอกสารสมัครงานฉบับนี้ คงไม่ต่างจากบัตรประชาชนเท่าไหร่ ที่มีไว้เพื่อแสดงตัวตน เพราะเป็นเอกสารสำคัญที่ทางราชการออกให้ ทั้งนี้การขอเอกสารฉบับแนบมาด้วย ก็เพื่อง่ายต่อการพิจารณาตรวจสอบตัวตน และเป็นระเบียบของบริษัท ในการเก็บข้อมูลอ้างอิงว่าผู้สมัครสามารถทำงานโอที ออกต่างจังหวัดได้หรือไม่ เป็นต้น

ใบเเสดงผลการเรียน, ผลสอบวัดระดับทางภาษาหรือวิชาชีพ และใบรับรองการฝึกงาน 

นอกจากเอกสารยืนยันตัวตนแล้ว เอกสารที่ขาดไม่ได้ก็คือ เอกสารจำพวกใบแสดงผลการเรียน เพราะส่วนนี้เป็นการชี้ชัดว่าเรามีความถนัดตามตำแหน่งงานที่สมัครมาหรือไม่ นอกจากนี้ยังรวมไปถึง ผลสอบวัดระดับทางภาษาหรือวิชาชีพ และใบรับรองการฝึกงานด้วย

ผลการเรียน

แม้ดูว่ามันไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่อย่าลืมว่าการมีใบรองความสามารถหรือผ่านอบรมหรือผ่านการทดลองงานมา มันสามารถเพิ่มความน่าสนใจให้โดดเด่น เพิ่มคุณค่าให้กับตัวผู้สมัครงาน อีกทั้งยังเป็นใบเบิกทางให้กับตำแหน่งงานอื่น ๆ ขององค์กรในอนาคตได้อีกด้วย ดังนั้นแนบมาด้วยนั่นแหละดีที่สุดแล้ว

เอกสารทางราชการอื่นๆ ที่ควรเตรียม

ใบขับขี่

  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุล (ถ้ามี)
  • สำเนาใบผ่านการเกณฑ์ทหาร หลักฐานการพ้นภาระทางการทหาร (ชาย)
  • สำเนาใบขับขี่ (สำหรับตำแหน่งที่ต้องขับรถ ตามประเภทรถ)

การเตรียมเอกสารสำคัญทางราชการข้างต้น แม้จะไม่จำเป็นกับตำแหน่งงานที่สมัคร แต่ก็ถือเป็นการเตรียมพร้อม และแสดงให้เห็นถึงความในใส่ในรายละเอียด และความรับผิดชอบของผู้สมัครงาน อย่าลืม!! ตรวจสอบจากประกาศรับสมัครงานอีกครั้งด้วยว่า มีเอกสารที่ต้องการเพิ่มเติมหรือไม่เพื่อว่าจะได้เตรียมให้ครบจะได้ไม่ตกม้าตายในตอนจบจากเรื่องเล็กๆ ที่ดูยิ่งใหญ่ แบบนี้

เอกสารสมัครงาน มีความสำคัญไม่น้อยกว่าการมองหาตำแหน่งงาน เพราะถือเป็นหน้าด่านให้นายจ้างพิจารณาในการตัดสินใจเรียกสัมภาษณ์งาน ผู้สมัครงานจึงมองข้ามจุดนี้ไปไม่ได้เป็นอันขาด เพราะการเตรียมตัวดีมีความพร้อม ก็เหมือนมีชัยไปแล้วครึ่งหนึ่ง

เอาเป็นว่าไปลองไปเปิดกระเป๋าค้นหาดู เอกสารสมัครงานว่ามีครบหรือยัง เสียเวลาเพียงน้อยนิด แต่ผลลัพธ์ที่ได้มามันคุ้มค่าแน่นอน ที่สำคัญถ่ายเอกสารเซ็นสำเนาไปเผื่อสัก 3 ชุด มีเหลือๆ ดีกว่าขาดจริงไหม ??

Author Image

Admin