สำหรับหลายคนที่กำลังพบเจอกับปัญหาในการทำงานในช่วงนี้ เนื่องมาจากว่าหลายบริษัทเริ่มที่จะทำการปรับตัวให้พนักงานบริษัททำการ Work from home หรือทำงานที่บ้าน เพราะว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากนโยบายนี้ ก็มีทั้งคนที่ถูกใจและไม่ถูกใจปะปนกันไป บางคนก็ชอบ เพราะว่าเมื่อได้ทำงานที่บ้าน จะมีเวลาในการทำอะไรหลายๆ อย่างมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องไปเสียเวลากับการเดินทาง เหนื่อยกับการที่ต้องเจออะไรต่างๆ นานามากมายในแต่ละวัน รู้สึกสามารถผ่อนคลายได้มากยิ่งขึ้น

ในขณะที่บางคนรู้สึกว่าการทำงานที่บ้านไม่ช่วยให้งานที่ทำดีขึ้น อีกทั้งยังอาจทำให้คุณภาพในการทำงานลดลง เพราะสื่อสารกันได้ยาก แม้ว่ายุคนี้เราจะมีเทคโนโลยีที่ก้าวไกล การทำงานเห็นหน้ากันผ่านจอคอม โปรแกรม Zoom หรือการคุยงานกันผ่านทาง Line แต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานได้แบบ 100% เหมือนการเจอหน้ากันแบบตัวต่อตัว ทำให้มีการสื่อสารผิดพลาดขึ้นในบางครั้งและทำให้งานที่ออกมาไม่สมบูรณ์ด้วย ในครั้งนี้แอดมินจะมาแนะนำวิธีการสื่อสารในการทำงานที่บ้านอย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจสำหรับทุกคนกันนะคะ

 

มีกฎเกณฑ์ในการทำงานระหว่างเพื่อนร่วมงาน

เวลาอยู่ที่ออฟฟิศ เราเองก็มีกฎเกณฑ์ในการทำงาน เช่น ห้ามเล่นโทรศัพท์ในเวลางาน เป็นต้น การทำงานที่บ้านก็เช่นกัน แม้ว่าจะรู้สึกสะดวกใจในการทำงานมากกว่าที่ออฟฟิศ แต่การทำงานที่บ้านก็มีกฎเกณฑ์เหมือนกับการทำงานที่ออฟฟิศ ดูว่าหัวหน้าต้องการให้เราทำการสื่อสารกันในทีมอย่างไร? ต้องสื่อสารกันบ่อยมากน้อยแค่ไหน? เวลามีเรื่องเร่งด่วนจะใช้การสื่อสารกันอย่างไร? ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าจะสื่อสารกันอย่างไรและเวลาใด เพื่อความพร้อมของคนในทีม

 

ไม่ได้เจอหน้ากัน ก็ Video call กันไปเลย

บางคนอาจจะยังไม่ชินกับการสื่อสารโดยการ video call กันเท่าไหร่ เพราะปกติแล้ว เราต้องเจอหัวหน้าของเราทุกวันอยู่ด้วย หากจะคุยงานอย่างมากสุดก็แค่การสั่งงานทางไลน์ผ่านข้อความเท่านั้น แต่ด้วยการพิมพ์ข้อความ บางทีอาจสื่อสารออกมาได้อย่างแข็งทื่อและทำให้เข้าใจผิดกันได้ ดังนั้นหากลอง video call คุยกันให้เหมือนกับการคุยกันต่อหน้ามากที่สุด อาจจะเป็นหนทางที่ดีที่ทำให้สื่อสารกันได้เข้าใจกันและไม่ทำให้เข้าใจเจตนารมณ์ผิดด้วย

 

มีช่องทางในการติดต่อหลายช่องทาง

สำหรับบางบริษัทจะมีการติดต่อกันผ่านทางอีเมล์เท่านั้น แต่อีเมล์ก็อาจจะช้าจนเกินไป ควรมีการ Video Conference (เช่น Zoom และ Google Hangout) ช่วยลดความเหงาให้กับพนักงานด้วย หรือจะเป็นการติดต่อกันผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น Line, Facebook เป็นต้น

 

มีอะไรไม่เข้าใจต้องเคลียร์ให้ชัดเจน

เวลาที่เราอยู่กันต่อหน้าแล้วสื่อสาร จะสามารถเข้าใจกันได้ดีกว่าการคุยกันผ่านทางออนไลน์ แต่เวลาที่ต้องคุยกันผ่านหน้าจอหรือผ่านทางโทรศัพท์อาจทำให้ไม่เข้าใจกันได้ดีเท่าที่ควร บางคนก็กลัวที่จะถาม เพราะหากถามไปก็อาจโดนกล่าวหาว่าไม่ยอมฟัง แต่หากเราทำงานไป ทั้งๆ ที่งานนั้นมีรายละเอียดไม่ตรงกับที่หัวหน้าอธิบายไป ทำให้งานของเราผิดพลาดและโดนว่ากล่าวหนักกว่าเดิมก็ได้

 

เวลางานก็คือเวลางาน แม้อยู่บ้านก็ตาม

เวลาที่เราอยู่ที่บ้านมักจะทำตัวสบายๆ แต่งตัวชิวๆ เสื้อยืด กางเกงขาสั้น บางคนก็ยังใส่ชุดนอนในตอนเช้า ไม่อาบน้ำ ตื่นมาแล้วทำงานเลย ทำให้เรารู้สึกขี้เกียจในเวลาที่เราทำงานในบางครั้ง เราต้องพยายามแยกแยะเวลางานและเวลาอยู่บ้านให้แน่นอน เช่น ตั้งนาฬิกาเตือนเวลาในการเริ่มทำงานและเวลาเลิกงาน พยายามแต่งตัวไม่ให้สบายเกินไป หรือทำอะไรบางอย่างที่ปกติเราทำอยู่ที่ทำงาน เพื่อให้รู้สึกว่าเรากำลังอยู่ในหน้าที่การงานอยู่

 

ให้กำลังใจและคอยช่วยเหลือกันในยามลำบาก

หัวหน้าทีมและเพื่อนร่วมทีมควรจะตระหนักในเรื่องของจิตใจให้มากกว่าเดิม ด้วยสถานการณ์ที่ตึงเครียดเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้คนไม่สามารถไปอยู่ได้ แล้วยังต้องทำงานอยู่แต่กับบ้าน อยากไปไหนก็ไปไม่ได้ อีกทั้งยังเป็นเวลานานอีกด้วย อาจทำให้หลายๆ คนรู้สึกท้อแท้ใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงควรไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกับเพื่อนร่วมงานบ้าง เผื่อเพื่อนร่วมงานมีปัญหาอะไรจะได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาหรือเป็นที่ระบายและรับฟังได้

 

ถ้าสุดท้ายยังไงก็ไม่เข้าใจ มาเจอกันหน่อยไหม?

ไม่ว่าจะทำอย่างไร ทั้ง video call, คุยพิมพ์เป็นข้อความใน Line หรือโทรคุยผ่านทางโทรศัพท์กันก็ยังไม่เข้าใจงาน อาจเพราะว่างานนั้นมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะหรืองานมีความยากมาก ทำให้สื่อสารกันผ่านทางออนไลน์ไม่เข้าใจ ดังนั้นลองมาเจอกันแบบตัวเป็นๆ ดีกว่าไหม? ไม่ใช่การนัดเจอกันแบบ 10-20 คน อาจจะคุยกันทีละคนสองคน หรือทีละทีม เพื่อทำความเข้าใจกันแบบจริงๆ และคอนเฟิร์มว่าเข้าใจตรงกันจริงๆ

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 ทำให้ประชาชนทั่วโลกเกิดความเครียด ทั้งจากสถานการณ์และการทำงาน ดังนั้นภาวะผู้นำในช่วงนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก หัวหน้าควรดูแลพนักงงานในทีม คอยถามไถ่กันอยู่เสมอ รวมถึงพนักงานทุกคนเช่นกัน ทุกคนควรให้ความร่วมมือกับบริษัทเท่าที่จะทำได้ ยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยแบบนี้ ยิ่งควรร่วมด้วยช่วยกันให้ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

Author Image

TONTAN